ยานยนต์

Mercedes-Benz Service Plus

บริษัท Mercedes Benz Thailand co,ltd. เปิดตัวบริการใหม่ของการดูแลรักษารถยนต์ Mercedes BenzService Plus เสริมทัพบริการหลังการขายภายใต้โปรแกรม “MyService” เลือกช็อปแพ็กเกจการบำรุงรักษารถยนต์ได้ตามต้องการ 4 รูปแบบ…

benz

นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “คุณภาพการบริการและความพึงพอใจของลูกค้าถือเป็นเรื่องสำคัญลำดับสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายใต้โปรแกรม “MyService” แนวคิดการบริการหลังการขายที่มุ่งเน้นการให้บริการตามความต้องการของแต่ละบุคคล และนำเสนอบริการที่เหมาะสมแก่ลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เราต้องการเป็นผู้บุกเบิกด้านการบริการที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ โดยการเน้นย้ำและมุ่งมั่นพัฒนาทั้งส่วนอะไหล่และบริการ โดยล่าสุดได้เปิดตัว “Mercedes-Benz ServicePlus” โปรแกรมใหม่ของการให้บริการหลังการขายในรูปแบบของแพ็กเกจการบำรุงรักษารถยนต์และการขยายเวลาการรับประกันรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายของค่าอะไหล่และค่าแรงในการเข้ารับบริการตามระยะทาง หรือการเปลี่ยนอะไหล่สึกหรอที่จำเป็นภายใต้การใช้งานปกติ และรวมถึง งานซ่อมภายใต้ข้อกำหนดของการรับประกัน ทั้งนี้รายละเอียดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กำหนดของแต่ละแพ็กเกจ”

นายพุทธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากโปรแกรมการบริการ Mercedes-Benz Service Plus คือลูกค้าสามารถขยายระยะเวลาการรับประกันเพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางบริการดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในเรื่องมูลค่าและคุณค่าของตัวรถ ทั้งในด้านความปลอดภัยเนื่องจากใช้อะไหล่และผลิตภัณฑ์ของเหลวต่างๆ แท้ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์เท่านั้น นอกจากนั้นบริการดังกล่าวยังช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้ล่วงหน้า เนื่องจากมีความชัดเจนของภาพรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยไม่มีความเสี่ยงต่ออัตราเงินเฟ้อหรือการปรับราคาในอนาคต และสิ่งที่ช่วยให้ลูกค้ามีความสะดวกมากยิ่งขึ้นคือลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการตามที่ต้องการได้ทุกแห่งทั่วประเทศ”

Mercedes-Benz Service Plus มีบริการให้ลูกค้าเลือกถึง 4 แพ็กเกจด้วยกัน คือ

  1. Compact – ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามระยะทางโดยไม่จำกัดระยะทาง
  2. Advance – ครอบคลุมการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ในปีที่ 4 และ 5 โดยใช้หลักเกณฑ์ความคุ้มครองเช่นเดียวกันกับการรับประกันคุณภาพใน 3 ปีแรก โดยไม่จำกัดระยะทาง
  3. Extra – ครอบคลุมเรื่องการบำรุงรักษาตามระยะทาง และการขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ในปีที่ 4 และ 5 โดยใช้หลักเกณฑ์ความคุ้มครองเช่นเดียวกันกับการรับประกันคุณภาพใน 3 ปีแรก โดยไม่จำกัดระยะทาง
  4. Excellent – ครอบคลุมเรื่องการบำรุงรักษาตามระยะทาง การเปลี่ยนอะไหล่สึกหรอตามการใช้งาน และการขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ในปีที่ 4 และ 5 โดยใช้หลักเกณฑ์ความคุ้มครองเช่นเดียวกันกับการรับประกันคุณภาพใน 3 ปีแรก โดยไม่จำกัดระยะทาง

“สิทธิพิเศษต่างๆ เหล่านี้ มีเพียงแต่ลูกค้าของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้นที่จะได้รับ และเป็นที่แน่นอนว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์จะยังคงสานต่อความมุ่งมั่นในพันธกิจด้านการบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องด้วยการปฏิบัติงานภายใต้มาตรฐานอันเข้มงวด ที่เน้นความเสมอต้นเสมอปลายและคุณภาพเป็นหลัก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการทุกคนจะต้องผ่านการฝึกอบรมเพื่อปรับปรุงการให้บริการและทักษะด้านเทคนิคที่ ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอตามมาตรฐานการอบรมเดียวกันของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลก เนื่องจากความพึงพอใจของลูกค้าถือเป็นเครื่องสะท้อนที่ดีที่สุดถึงการมีสัมพันธภาพที่ดีร่วมกันกับเรา” นายพุทธิ กล่าวสรุปสำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงการจัดแพ็กเกจตามความต้องการได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ 30 แห่งทั่วประเทศ

logo_small

Mazda Carol ECO รถยนต์ขวัญใจชาวไทย รักษ์โลกสุดๆ

มาอีกแล้วค่ะ สำหรับข่าวรถยนต์รุ่นอีโคคาร์ ยอมรับเลยว่าอีโคคาร์นั้นมาแรงมากๆในช่วงนี้ที่ประเทศไทยของเรา คงเพราะข้อดีๆในหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป้นความประหยัดและราคาน่าฟัง รวมไปถึงการออกแบบที่อาจจะโดนใจชาวไทยอีกด้วย บทความนี้จะพูดถึงอีโคคาร์จาก Mazda Carol ECO กันค่ะ

  • ทะเบียนกราฟฟิค
    Boss Number ทะเบียนรถยนต์ ทะเบียนกราฟฟิค

สำหรับ Mazda Carol ECO รุ่นนี้ ได้มีการตีตลาดที่ประเทศญี่ปุ่นมาได้ซักพักแล้ว แต่ทาง masda นั้นก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโฉม ให้ประหยัดมากขึ้นได้อีก (คนไทยชอบแน่ๆเลย) โดยการปรับแต่งระบบต่างๆใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสันดาปในเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ และใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพสูงมากย่งขึ้นไปอีก

การเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ของ Mazda Carol ECO รุ่นขับเคลื่อนสองล้อ ที่มีอัตราการบริโภคน้ำมันน้อยมาก เพียง 35 กม./ลิตร (รุ่นก่อนหน้านี้จะอยู่ที่ 33 กม./ลิตร) และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อก็ยังคงประหยัดสุดๆเช่นกัน อยู่ที่ 30.4 – 32 กม./ลิตรเท่านั้นเอง และด้วยมาตรการภาษีในญี่ปุ่น (ภาษีพิเศษสำหรับรถยนต์รักษ์โลก) ส่งผลให้ Carol Eco ไม่ต้องเสียภาษีใดๆเลยแม้แต่นิดเดียว สุดยอดมากค่ะ

สำหรับในประเทศญี่ปุ่นมีการส่งอีโคคาร์มาตีตลาดถึง 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ ECO-L และรุ่น ECO-X เครื่องยนต์ของ 2 รุ่นนี้คือ 660 ซีซี DOHC ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT มีระบบขับเคลื่อนทั้ง 2 ล้อและ 4 ล้อให้เลือกได้ตามสบายเลยค่ะ

พูดมาถึงตรงนี้แล้ว คงอยากรู้ราคากันแล้วใช่ไหมคะ สำหรับ Mazda Carol นี้ จะมีราคาประมาณ 267,000 บาท อีกรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาประมาณ 341,000 บาท ซึ่งถือว่าถูกกว่ารุ่นเดิมถึง 20,000 บาทเลยทีเดียว